วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

คณะผู้จัดทำ (提供商)

1. นางสาวพัชรา         มั่นคง           ม.6/4     เลขที่ 3
2. นางสาวนุชนารถ    คงโพธิ์         ม.6/4     เลขที่ 11
3. นางสาวปวีรัฐ         หมู่ทอง         ม.6/4    เลขที่ 23
4. นางสาวณัฐพร       อร่ามเกลื้อ    ม.6/4    เลขที่ 36

วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

สรุปผลการศึกษา (结论)

จากการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการผลิตกระแสไฟฟ้าจากต้นกล้วย
สรุปผลการศึกษาดังนี้ (是该研究的结果如下)

1.ต้นกล้วยเป็นสื่อกลางในการนำไฟฟ้าได้ดี

2.การที่ใช้ต้นกล้วยแทนการใช้ไฟธรรมดาทั่วไปทำให้เราประหยัดค่าไฟมากขึ้นและเป็นการประหยัดเงินในกระเป๋ามากขึ้น

3.ทำให้เราสามารถนำเอาความรู้ที่เราได้ทำการศึกษาไปบอกต่อในชุมชนของเราเพื่อทำการพัฒนาให้ดีมากยิ่งขึ้น


ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ (待收到预期的效益)

         ในการผลิตพลังงานจากต้นกล้วยจะเห็นได้ว่าเราไม่ต้องซื้อต้นกล้วยที่เป็นวัตถุดิบหลักเพราะเราสามารถปลูกเองได้และยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์กับครอบครัวและบุคคลรอบข้างซึ่งจtทำให้เกิดความรักความสามัคคีของบุคคลในครอบครัวและชุมชนและยังเป็นการประหยัดค่าไฟได้ไม่มากก็น้อย



อุปกรณ์และวิธีดำเนินการศึกษา (材料和方法研究)

วัสดุอุปกรณ์ (材料)

1. กล่องพลาสติกใสขนาด    กว้าง x ยาว x สูง   = 12.5 x 12.5 x 5.0   cm3


            
2. แผ่นทองแดงและแผ่นสังกะสี   กว้าง x ยาว    = 1.5 x 4.0  cm2 ชนิดละ 16 แผ่น

            



3. สายไฟอ่อนสีแดงและสีดำ ยาวสายละ  1 m  พร้อมปากจระเข้  2  อัน




4. ของเหลวที่ได้จากต้นกล้วย  1,000    cm3



วิธีดำเนินการ (程序)

1. ศึกษาคุณสมบัติของของเหลวที่ได้จากส่วนต่างๆ ของต้นกล้วยด้วยอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่  ทันสมัย เพื่อหาค่าความเป็นกรด-ด่าง ค่าการนำไฟฟ้า และค่าพลังงานไฟฟ้า จากการใช้ของเหลวที่ได้จากส่วนต่างๆ ของต้นกล้วย เป็นสารละลายอิเล็กโทรไลต์

2. ประดิษฐ์ชุดเซลล์ไฟฟ้าเคมี หรือชุดกัลวานิกเซลล์ แบบ 4 เซลล์ และแบบ 16 เซลล์ โดยการใช้ของเหลวที่ได้จากส่วนต่าง ๆ ของต้นกล้วย เป็นสารละลายอิเล็กโทรไลต์

3. เปรียบเทียบค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า และค่ากระแสไฟฟ้า ที่เกิดจากการใช้ชุดเซลล์ ไฟฟ้าเคมีตาม ข้อ 2

4. นำสิ่งประดิษฐ์ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันโดยใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าแบบกระแสตรง

กระแสไฟฟ้าคืออะไร (电力是?)

จากปรากฏการณ์ทางไฟฟ้าต่างๆ ที่เกิดขึ้น จะพบว่ามีสาเหตุมาจากการไหลของไฟฟ้า ไฟฟ้าที่เคลื่อนที่ได้จะมีคุณสมบัติตรงข้ามกับไฟฟ้าสถิต เรียกว่า ไฟฟ้าเคลื่อนไหว สายไฟทั่วไปทาด้วยลวดตัวนา คือ โลหะทองแดงและอะลูมิเนียม อะตอมของโลหะมีอิเล็กตรอนอิสระ ไม่ยึดแน่นกับอะตอม จึงเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ถ้ามีประจุลบเพิ่มขึ้นในสายไฟ อิเล็กตรอนอิสระ 1 ตัวจะถูกดึงเข้าหาประจุไฟฟ้าบวก แล้วรวมตัวกับประจุไฟฟ้าบวกเพื่อเป็นกลาง ดังนั้น อิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่ เมื่อเกิดสภาพขาดอิเล็กตรอนจึงจ่ายประจุไฟฟ้าลบออกไปแทนที่ ทำให้เกิดการไหลของอิเล็กตรอนในสายไฟจนกว่าประจุไฟฟ้าบวกจะถูกทำให้เป็นกลางหมด การเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนหรือการไหลของอิเล็กตรอนในสายไฟนี้เรียกว่า กระแสไฟฟ้า (Electric Current) 

ไฟฟ้าคืออะไร (什么是力量)

อุปกรณ์ไฟฟ้าที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ภายในบ้าน อุปกรณ์สานักงาน ตลอดจนเครื่องมือ เครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม ล้วนแต่ต้องอาศัยพลังงานจากไฟฟ้าทั้งสิ้น ดังนั้น เราควรมาทาความเข้าใจเกี่ยวกับไฟฟ้าให้มากยิ่งขึ้น

ฟฟ้าเกิดขึ้นได้อย่างไร (电力产生的)


วัตถุ ประกอบด้วยอะตอมจานวนมาก แล้ว "อะตอมคืออะไร" คาถามนี้ต้องเกิดขึ้นแน่นอน อะตอมเป็นอนุภาคที่มีขนาดเล็กมากๆ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณหนึ่งในร้อยล้านเซนติเมตร อะตอมประกอบด้วยนิวเคลียสและอิเล็กตรอน โดยอิเล็กตรอนโคจรรอบนิวเคลียส จานวนอิเล็กตรอนของอะตอมแต่ละชนิดจะแตกต่างกัน จึงทำให้คุณสมบัติของอะตอมนั้นๆ แตกต่างกันไปด้วย


ภายในนิวเคลียสของอะตอมประกอบด้วยโปรตอนและนิวตรอน จานวนโปรตอนจะเท่ากับจำนวนของอิเล็กตรอน ทั้งอิเล็กตรอนและโปรตอนเป็นอนุภาคที่มีไฟฟ้า อิเล็กตรอนมีไฟฟ้าลบและปริมาณไฟฟ้าลบของอิเล็กตรอนของอะตอมใดๆ จะมีขนาดเท่ากันหมด ส่วนโปรตอนมีไฟฟ้าบวกและปริมาณไฟฟ้าบวกของโปรตอน 1 ตัวจะเท่ากับปริมาณไฟฟ้าลบของอิเล็กตรอน 1 ตัว อิเล็กตรอนหมุนรอบนิวเคลียสของอะตอมด้วยวงจรที่แน่นอน เป็นเพราะมีแรงดึงดูดระหว่างไฟฟ้าบวกของโปรตอนและไฟฟ้าลบของอิเล็กตรอน ด้วยแรงดึงดูดนี้เองที่ทำให้อิเล็กตรอนติดอยู่กับอะตอม อิเล็กตรอนจึงหลุดไปจากอะตอมไม่ได้ แต่อิเล็กตรอนตัวที่อยู่วง


โคจรนอกสุดซึ่งห่างจากนิวเคลียสมากมีแรงดึงดูดน้อย เมื่อมีอิทธิพลจากภายนอกเข้ามารบกวน อิเล็กตรอนจึงหลุดพ้นจากวงโคจรนั้นได้ และสามารถเคลื่อนไหวอย่างอิสระระหว่างอะตอมได้ ซึ่งทาให้เกิดปรากฏการณ์ต่างๆ ทางไฟฟ้า วัตถุใดที่มีอิเล็กตรอนอิสระจำนวนมาก จะมีคุณสมบัติเป็นตัวนาไฟฟ้า แต่ถ้ามีจานวนน้อยจะมีคุณสมบัติเป็นฉนวนไฟฟ้า
วัตถุทุกชนิดประกอบด้วยอะตอมที่มีไฟฟ้า ดังนั้น วัตถุทุกชนิดควรมีไฟฟ้าด้วย ภายในอะตอมของวัตถุนั้นมีปริมาณไฟฟ้าบวกและลบเท่ากัน แรงกระทาจากไฟฟ้าบวกและไฟฟ้าลบจึงหักล้างกันพอดี สภาพเช่นนี้เรียกว่า สภาพเป็นกลางทางไฟฟ้า (ทั้งไฟฟ้าบวกและไฟฟ้าลบยังคงมีอยู่ในจำนวนที่เท่ากัน)


เหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าวัตถุมีไฟฟ้า คือ การเกิดไฟฟ้าสถิตย์ เช่น เมื่อเรานำวัตถุสองชนิดมาถูกัน จะเกิดไฟฟ้าสถิตย์ขึ้น อธิบายได้ว่า อิเล็กตรอนอิสระที่อยู่ภายในวัตถุชนิดหนึ่งเคลื่อนไหวรุนแรงมากขึ้นจนสามารถหลุดพ้นจากแรงยึดเหนี่ยวของนิวเคลียสของอะตอมและกระโดดไปอยู่ในวัตถุอีกชนิดหนึ่ง อิเล็กตรอนในวัตถุชนิดแรกมีจานวนลดลง จึงแสดงความเป็นไฟฟ้าบวกออกมา ในขณะเดียวกันวัตถุที่ได้รับอิเล็กตรอนอิสระจะทำให้มีไฟฟ้าลบมากกว่า จึงแสดงความเป็นไฟฟ้าลบออกมา 

สารละลายกรด (酸溶液)

กรด หมายถึง สารประกอบที่มีธาตุไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบ เมื่อละลายน้าแล้วสามารถแตกตัวให้ไฮโดรเจนไอออน
สมบัติของสารละลายกรด (水的性质)
1. กรดทุกชนิดมีรสเปรี้ยว
2. เปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากสีน้ำเงินเป็นสีแดง (มีค่า pH น้อยกว่า 7)
3. ทำปฏิกิริยากับโลหะ เช่น สังกะสี ทองแดง แมกนีเซียม อะลูมิเนียม จะได้ฟองแก๊สไฮโดรเจนออกมา
4. กรดมีสมบัติกัดกร่อนโลหะ หินปูน เนื้อเยื่อของร่างกาย
5. กรดทำปฏิกิริยากับหินปูนซึ่งเป็นสารประกอบของแคลเซียมคาร์บอเนต จะได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
6. สารละลายกรดทุกชนิดนำไฟฟ้าได้ดี
7. ทำปฏิกิริยากับเบสได้เกลือและน้ำ

คุณสมบัติและลักษณะเด่น (性能及特点)

จากการศึกษาสมบัติทั่วไปของสารละลาย กรด-เบส พบว่าสารละลาย กรด-เบส ซึ่งมีคุณสมบัติบางประการที่คล้ายคลึงกัน และบางประการที่แตกต่างกัน คุณสมบัติที่คล้ายกันประการหนึ่งที่พบคือ การนำไฟฟ้าได้ หรือเป็นสารละลายอิเล็กโตรไลต์นั่นเอง สารละลายอิเล็กโตรไลต์ที่ใช้ส่วนมากเป็นสารเคมีซึ่งเป็นกรดอนินทรีย์ คุณสมบัติทั่วไปคือ มีรสเปรี้ยวและมีฤทธิ์กัดกร่อนจึงเป็นอันตรายต่อชีวิตและร่างกาย รวมถึงยังมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย สารที่มีสมบัติดังกล่าวที่นิยมนำมาใช้ในปัจจุบันเป็นปริมาณที่ค่อนข้างมาก คือสารละลายกรดซัลฟิวริก (H2SO4) ซึ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ ใช้ในแบตเตอรี่ แต่ในปัจจุบันเราสามารถใช้สารละลายที่ได้จากธรรมชาติ เช่น กรดแอซิติก กรดมะนาว ซึ่งเป็นกรดอินทรีย์มาใช้เป็นสารละลายอิเล็กโตรไลต์ได้ แต่ไม่เป็นที่นิยมเนื่องจากราคาค่อนข้างแพง และเสียง่าย คณะผู้วิจัยจึงได้มีแนวคิดที่จะหาสารที่มีอยู่ในธรรมชาติซึ่งมีสมบัติเป็นสารอิเล็กโทรไลต์ มาใช้ทดแทนสารดังกล่าว โดยของเหลวที่ได้มาจะต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และมีอยู่มากมายรวมถึงจะต้องสามารถให้ของเหลวได้ในปริมาณที่มากพอ รวมถึงวิธีการได้มาด้วย การทดลองกับพืชเศรษฐกิจของไทยหลายชนิดพบว่าของเหลวที่ได้จากต้นกล้วยสามารถนำมาเป็นสารละลายอิเล็กโทรไลต์ได้ และรวมถึงมีอยู่มากมายตามธรรมชาติด้วยเช่นกัน น้ำจากต้นกล้วยจะมีสภาพเป็นเบสอ่อนๆ สมบัติทั่วไป คือ มีรสฝาดและขม มีความลื่นคล้ายสบู่ ไม่กัดกร่อน จึงไม่เป็นอันตราย